'มะเร็งปอด' จากปัญหาหมอกควัน

คณะกรรมการสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ชี้ประชาชนภาคเหนือเสี่ยงเป็นมะเร็งปอด และอาจทำให้เกิดผลกระทบต่อเด็กที่อยู่ในครรภ์มารดา เหตุปัญหาสารพิษจากหมอกควัน...

เมื่อวันที่ 18 ส.ค. 2555 นางกรรณิการ์ บรรเทิงจิตร รองเลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ เปิดเผยว่า สถานการณ์หมอกควันที่เกิดขึ้นเป็นระยะ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของคนไทยหลายพื้นที่ และกลายเป็นปัญหาระดับชาติที่ต้องแก้ไข ส่งผลให้คณะกรรมการสมัชชาสุขภาพแห่ง

ชาติ (คจ.สช.) ได้ร่วมกันผลักดันวาระ "การจัดการปัญหาหมอกควันที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ" เป็นหนึ่งในระเบียบวาระที่จะมาพิจารณาในสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ในวันที่ 18-20 ธ.ค.นี้ ที่ศูนย์การแสดงสินค้าไบเทค บางนา

นางกรรณิการ์ กล่าวว่า จากข้อมูลของกรมควบคุมมลพิษระบุว่า คุณภาพอากาศในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนปี 2555 มีปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก ซึ่งเป็นตัวชี้วัดปริมาณสารมลพิษ ปรากฏปริมาณเกินมาตรฐานอยู่ในระดับที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพในทุกจังหวัด โดยพบอยู่ที่ 300-470 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ขณะที่ค่ามาตรฐานจะต้องไม่เกิน 120 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร

ด้าน นพ.พงศ์เทพ วิวรรธนะเดช หัวหน้าภาควิชาเวชศาสตร์ชุมชน คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า ปีนี้หมอกควันในภาคเหนือสร้างผลกระทบรุนแรงมากที่สุดในรอบ 5 ปี โดยปัญหาหมอกควันจะมีผลกระทบต่อสุขภาพ เสี่ยงต่อ 4 โรคสำคัญคือ 1.ทางเดินหายใจ หอบหืด 2.โรคหัวใจและหลอดเลือด 3.โรคผิวหนัง 4.ผลกระทบต่อสมอง มีโอกาสทำให้เส้นเลือดไปเลี้ยงสมองตีบ

ทั้งนี้ ล่าสุดยังมีผลการศึกษาพบว่าสารพิษจากหมอกควัน อาจทำให้เกิดผลกระทบต่อเด็กที่อยู่ในครรภ์มารดา ส่งผลต่อพัฒนาการของเด็ก นอกจากนั้น ยังมีความเสี่ยงทำให้ประชาชนในพื้นที่เป็นโรคมะเร็งปอด เพราะมีข้อพิสูจน์แล้วว่าในสารมลพิษในอากาศนั้น มีสารที่ก่อให้เกิดมะเร็งเป็นส่วนประกอบด้วย และตามสถิติจะพบว่าภาคเหนือมีผู้เป็นโรคมะเร็งปอดมากที่สุดคือ 40 คนต่อประชากร 1 แสนคน สูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วประเทศที่เป็นมะเร็งปอด 10 คน ต่อประชากร 1 แสนคน เป็นต้น

ที่มา : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ